การกระจายอำนาจในการตัดสินใจ

อำนาจในการตัดสินใจหรือบริหารส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับผู้บริหารเป็นหลักแต่อย่างไรก็ตามก็มีระดับขั้นเป็นอย่างมากในองค์กรใหญ่ๆ หรือองค์กรที่มีคนจำนวนมากๆจะเป็นต้องการแบ่งสัดส่วนของบริษัทให้ชัด การกระจายอำนาจการตัดสินใจขององค์กรก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆซึ่งในแต่ละองค์กรย่อมมีแบบแผนหรือการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในการบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรนั้นๆ

อย่างไรก็ตามกระจายอำนาจในการตัดสินใจไปสู่ส่วนต่างๆจะทำให้มีความรวดเร็วในการทำงานเป็นอย่างมาก เพราะผู้คนต่างๆสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองและรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองตัดสินใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับบริษัทและความรวดเร็วในการทำงานต่างๆในปัจจุบัน

อย่างที่รู้กันว่ามีความต้องการจำนวนมากของสินค้าบางบริษัทต้องผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากในแต่ละ ทำการกระจายอำนาจไปสู่ส่วนต่างๆก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพราะผู้ที่อยู่หน้างานหรือผู้ที่กำลังเผชิญปัญหานะตอนนั้นสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าจะสามารถจัดการกับปัญหาตรงนั้นได้อย่างไรโดยที่ไม่ต้องขออนุญาตใคร และหากเกิดความผิดพลาดนะตรงนั้นก็สามารถรับผิดชอบได้ด้วยตัวเอง

การกระจายอำนาจการบริหาร เป็นการตัดสินใจอย่างเป็นขั้นตอนแล้วแต่คนที่อยู่ตรงนั้นอย่างไรก็ตามมีอยู่ 2 แบบที่ใช้กันโดยปกติ แบบที่ 1 คือการรวมศูนย์กลางของอำนาจคือหมายถึงว่ามีผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่จะสามารถตัดสินใจได้ในเรื่องราวต่างๆ ข้อเสียของสิ่งนี้คือจะทำให้มีความล่าช้าในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา หากมีปัญหาเกิดขึ้นและมีความล่าช้าเกิดขึ้นจะทำให้มีโอกาสในการทำให้บริษัทเกิดความสูญเสียแต่ข้อดีคือ ผู้ที่รับผิดชอบในงานนั้นหรือการออกนโยบายนั้นๆ

จะเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่ใหญ่ที่สุดในบริษัท นี่เองทำให้เกิดปัญหาต่างๆเกิดขึ้นเพราะหากรวมอำนาจต่างๆไปที่เดียวกันแล้วจะทำให้มีความยากลำบากในการบริหารในแผนกส่วนต่างๆของหัวหน้าแต่ละคน ระดับที่ 2 หรือข้อ 2 นั่นก็คือการกระจายอำนาจการกระจายอำนาจคือการกระจายอำนาจให้กับหัวหน้าแต่ละคนสามารถตัดสินใจได้มอบอำนาจในการบริหารส่วนต่างๆได้ตามความเหมาะสมในส่วนนี้เอง

จะทำให้หัวหน้างานต่างๆมีโอกาสในการตัดสินใจและได้ฝึกฝนในการตัดสินใจด้วยเพราะในปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีความรวดเร็วในการต้องการสินค้าเป็นจำนวนมาก มีการตัดสินใจอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันก็จะสามารถทำให้งานนั้นๆลุล่วงไปได้ด้วยดีและพัฒนางานได้อย่างรวดเร็วนี่คือความสำคัญอย่างมากของ 2 อย่างไม่ว่าอย่างไร ที่กล่าวมานั้นก็คือจะต้องใช้ในแบบที่วัฒนธรรมของบริษัทหรือผู้บริหารเห็นสมควรว่าเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท