สาเหตุที่ยางพาราตกต่ำ

ราคายางพาราที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องจริงๆแล้วมีสาเหตุที่ทำให้ราคาตกอย่างต่อเนื่องหนึ่งในนั้นก็คือการที่เกษตรกรทำการปลูกมากจนเกินไป ในเมื่อก่อนมีเพียงแค่ภาคใต้เท่านั้นที่ปลูกยางพาราและเป็นหัวใจสำคัญของการส่งออก เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกยางพาราเยอะที่สุด

สามารถส่งออกได้ในปี 2535  เป็นจำนวนกว่า 1.5 ล้านตันต่อปีและมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆของการส่งออกในปีต่อๆมามีการเพิ่มราคายางพารายางพาราเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้วมีราคาถึงกิโลกรัมละ 50 บาท  50 ในสมัยนั้นถือว่าเป็นราคาที่สูงมากเพราะในปี 35 ราคาก๋วยเตี๋ยว

เพียงชามละไม่กี่บาทเท่านั้นเองค่าครองชีพยังไม่สูงถึงทุกวันนี้แต่จุดที่ลึกที่สุดของ ของยางพาราอยู่ที่ปี 2554 ยางพาราพุ่งสูงถึง 150 บาท จึงทำให้เกษตรกรทั่วประเทศไทยหันมาปลูกยางพาราเพื่อส่งออกเพราะคิดว่าสามารถทำรายได้ให้กับครอบครัวได้ดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น

ก็คือเมื่อมีผู้ผลิตมากราย ทำให้ยางพาราล้นตลาดเมื่อล้นตลาดราคาจึงตกต่ำเพราะเป็นการแข่งขันตัดราคากันจากผู้ขายเอง ในปีต่อๆมาราคายางพารายังคงตกลงอย่างต่อเนื่องและในปัจจุบันราคายาง อยู่ในราคา  40 บาทถือว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วทำให้เกษตรกรมีความลำบากอย่างมาก 

ข้อแนะนำของรัฐบาลก็คือเน้นการปลูกพืชอย่างหลากเพื่อขยายโอกาสในการทำรายได้เพื่อจุนเจือครอบครัวในขณะที่ราคายางพาราตกลงเรายังมีผลการผลิตจากพืชอย่างอื่นเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองในทางนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าราคายางยังคงทรงตัวอยู่ประมาณเท่านี้ ไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นมากกว่านี้สาเหตุเป็นเพราะต่างชาติก็มีการปลูกยางพาราเพื่อส่งออกแข่งขันกับประเทศไทย

เกษตรกรจึงควรเริ่มศึกษาการปลูกพืชชนิดอื่นที่ภูมิประเทศของเรารองรับและสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ด้วยความจริงแล้วยางพาราในประเทศไทยยังมีคงสต๊อกอยู่โดยประมาณหมื่นล้านตัน ยังไม่สามารถหาวิธีการระบายได้แต่เมื่อไม่นานมานี้มีการออกนโยบายเพื่อสนับสนุนยางพารา

นั่นก็คือรัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในอุตสาหกรรมผลิตหมอนยางพาราเพื่อแจกให้กับประชาชนชาวไทย แต่มีนักวิเคราะห์หลายคนออกมาพูดว่าอันนี้ไม่สามารถช่วยพี่น้องชาวไทยได้จริงๆเป็นเพียงการออกนโยบายอย่างเปล่าประโยชน์ นั่นเป็นเพราะว่าการผลิตยางพารานำของที่อยู่ในสต๊อกออกมาใช้ซึ่งไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อเกษตรกรโดยตรงผู้ที่ได้ประโยชน์ได้ก็คือพ่อค้าคนกลางหรือคนที่รับซื้อจากเกษตรกร

โดยตรงนั้นเอง นักวิเคราะห์ยังคงพูดต่อว่าการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียวมูลค่ากว่าหลายหมื่นล้าน แต่ไม่ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ถึงตัวผู้ที่กำลังเดือดร้อนอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในเวลาต่อไปเพราะอาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนเพียงกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย   ufabet บาคาร่าออนไลน์